“ค่ายสร้าง’53”  ชมรมค่ายอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยรามคำแหง ณ บ้านแม่คองซ้าย

ตำบลเมืองคอง อำเภอเชียงดาว จังหวัดเชียงใหม่ วันที่ 13 พ.ย. 53 – 2 ธ.ค. 53

 

 

         

 

 

                  
   

         วันที่เสาร์ที่ 13 พฤศจิกายน นัดรวมพลตอน 11.00 น. ที่หน้าตึกกิจกรรม(ซุ้มชมรม) แต่ก็ปรากฎว่า เพื่อนๆ มาเลทกันมากๆ กว่าจะได้ออกจากมหาวิทยาลัยก็ปาไปเกือบบ่ายโมงแล้ว ก่อนออกเดินทางพี่เลี้ยงก็ได้พาพวกเราไปไหว้ “พ่อขุน” กันก่อน แล้วก็ต่อด้วยการ “บูมชมรม” มร.เฮ้ มร.เฮ้ มร.เฮ้........

         

          ได้เวลาออกเดินทางซักทีนะ พวกเราเดินออกมารอรถที่ป้ายรถเมล์ หน้าม. ใครหลายคนอาจคิดว่าไปรถมหา’ลัย หรือไม่ก็เป็นรถยนต์แน่ๆเลยแต่ผิดค่ะ พวกเรานั่งรถเมล์สายคลองกุ่ม – หัวลำโพง ไปลงที่หัวลำโพง รู้แล้วใช่มั้ยว่า....พวกเราเดินทางกันโดย “รถไฟ” ค่ะ ฟังดูน่าสนุก จะได้นั่งรถไฟไปเชียงใหม่ ระยะทางหลายร้อยกิโล คงมีเรื่องราวที่ตื่นเต้นรอพวกเราอยู่แน่ๆเลย

         

          พอมาถึงที่หัวลำโพงแล้ว พวกเราทุกคนก็มาช่วยกันขน เสบียงลงจากรถเข้าไปที่ชานชาลา แล้วก็ต่อด้วยกันขนสัมภาระทั้งหลายไปที่โบกี้รถไฟ รถไฟขบวนกรุงเทพ – เชียงใหม่ โบกี้ที่แปด ถูกจับจองที่นั่งตั้งแต่ที่นั่งที่ 1- 35 โดยคณะนักศึกษาชมรมค่ายอาสาพัฒนา มหาวิทยาลัยรามคำแหง การจับจองที่นั่งบนรถไฟเต็มไปด้วยความวุนวายกันพอสมควร ขณะที่เพื่อนกำลังจับจองที่นั่งกันอยู่นั้น ได้มีเพื่อนๆกลุ่มนึงลงไปถ่ายรูปข้างๆโบกี้รถไฟแต่แล้วรถไฟก็ได้เคลื่อนตัวออกจากชานชาลา เพื่อนๆกลุ่มนั้นเลยต้องพากันวิ่งขึ้นรถไฟอย่างรวดเร็ว.....ภาพนั้น สร้างรอยยิ้มให้กับผู้คนรอบข้างได้อย่างมากมาย

         

          ขณะที่รถไฟค่อยๆเคลื่อนตัวออกไปจากกรุงเทพมหานครอย่างช้าๆ ฉันก็ได้โบกมือลาเมืองแห่งแสงสีและความวุ่นวาย หลังจากนี้อีก 20 วันเราค่อยกลับมาเผชิญหน้ากับความเป็นจริงของเรา จากวันนี้ไปขอทำหน้าที่เป็นผู้ให้ที่ยิ่งใหญ่ในดินแดนเล็กๆแห่งความฝันของใครๆ อีกหลายคน....เตรียมพร้อมกับดินแดนที่แตกต่างกันในทุกๆด้านแต่อยู่ในผืนแผ่นดินเดียวกัน...บ้านแม่คองซ้าย ต.เมืองคอง อ.เชียงดาว จ.เชียงใหม่ คือ จุดหมายปลายทางของพวกเรา

 

 

                         

                         

 

 

edit @ 27 Dec 2010 18:10:10 by ดอกหญ้าสีชมพู

วงกลม

posted on 25 Aug 2010 22:43 by nazuna

ทำไม 1 + 1 = 1 ? ละ

        มีคนเคยเล่าให้ฟังว่า คนเราทุกคนเกิดมาพร้อมกับวงกลมหนึ่งวง แต่ก็ได้ถูกโชคชะตาเล่นตลกโดยได้แบ่งแยกวงกลมของเราออกเป็นสองส่วนเท่า ๆ กัน แล้วมอบส่วนหนึ่งไว้กับตัวเรา ส่วนอีกส่วนหนึ่งที่เหลือนั้นได้โยนไปที่ไหนก็ไม่รู้    เจ้าครึ่งวงกลมอันนี้มันจะติดตามเราไปทุกหนทุกแห่ง ไม่ว่าเราจะทำอะไรหรือเดินทางไปไหนต่อไหนเจ้าครึ่งวงกลมวงนี้ก็จะเดินทางไปกับเราด้วยเสมอ ไม่ว่าจะตากแดด เปียกฝน ฝ่าฟันเรื่องราวร้อนหนาวต่าง ๆ มากมาย คนเราแต่ละคนเจอะเจอเรื่องราวที่แตกต่างกันดังนั้นแล้วเจ้าครึ่งวงกลมก็ย่อมหลงเหลือรูปร่างที่แตกต่างกันไปด้วย

        เจ้าครึ่งวงกลมนี้ติดตามเราไปเพื่อก็ทำหน้าที่ค้นหาอีกครึ่งหนึ่งของมันเองซึ่งไม่มีใครสามารถรู้ได้เลยว่าแล้วอีกครึ่งหนึ่งของมันอยู่ไหน ครึ่งวงกลมของใครบางคนอาจเป็นครึ่งวงกลมที่เต็มไปด้วยส่วนเว้าแหว่งมากมาย ครึ่งวงกลมของใครบางคนอาจหลงเหลือไว้เพียงแค่เสี้ยวเดียวเท่านั้น แล้วแบบนี้วงกลมมันก็ไม่เป็นวงกลมสินะ ดังนั้นแล้ว เจ้าครึ่งวงกลมที่อยู่กับเรามันจึงต้องหาอีกครึ่งหนึ่งของมัน

สาเหตุที่ทำให้เจ้าครึ่งวงกลมของคนเราทุกคนแตกต่างกันนั่นก็เพราะว่า ในช่วงหนึ่งของชีวิตเรา เราอาจเดินผ่านใครต่อใครมากมายแล้วเกิดหยุดแวะทักทายใครคนหนึ่งเข้า แล้วคิดว่าเค้าคนนั้นแหละคืออีกส่วนหนึ่งของเราเพราะเห็นว่าเจ้าครึ่งวงกลมคล้าย ๆ เรานะ เจ้าครึ่งวงกลมทั้งสองอันก็เลยพยายามที่จะรวมตัวกันให้เป็นอันหนึ่งอันเดียวกัน แล้วก็ร่วมกันเดินทางเรื่อย ๆ มา จนกระทั่งวันหนึ่งเจ้าครึ่งวงกลมอันนั้นเจอเข้ากับครึ่งวงกลมอันใหม่มันจึงคิดว่าเจ้าครึ่งวงกลมอันใหม่น่าจะพอดีกับมันมากกว่า มันจึงได้บอกลาเจ้าครึ่งวงกลมอันที่อยู่กับมันมาแล้วเดินจากไป เจ้าครึ่งวงกลมอันที่ถูกทิ้งเดินไปพร้อมกับน้ำตา จากครึ่งวงกลมที่สวยงามกับกลายเป็นครึ่งวงกลมที่เว้าแหว่งไป

หลังจากที่เจ้าครึ่งวงกลมทั้งได้แยกทางจากกันไปแล้วนั้น เจ้าครึ่งวงกลมที่ถูกทอดทิ้งนั้นก็ได้เจอะเจอเจ้าครึ่งวงกลมอื่น ๆ อีกมากมาย แต่จนแล้วจนรอดก็ยังไม่เจอเจ้าครึ่งวงกลมที่พอดีกับตัวไม่เองเลยซะที บางครั้งเจ้าครึ่งวงกลมก็เดินทางตามลำพังอย่างโดดเดี่ยวเดียวดาย บางครั้งมันก็มีเจ้าครึ่งวงกลมอีกอันเข้ามาเดินเป็นเพื่อนแต่เจ้าครึ่งวงกลมเหล่านั้นก็ได้เดินจากมันไปครั้งแล้วครั้งเล่า จนกระทั่งวันหนึ่งมีครึ่งวงกลมอีกอันหนึ่งวิ่งตามมันไปด้วยทุกหนทุกแห่ง ฝ่าฟันเรื่องราวต่าง ๆ ไปกับมันโดยที่ไม่สนใจเลยว่าครึ่งวงกลมส่วนที่เราหลงเหลืออยู่นั้น จะมีลักษณะเป็นอย่างไร และแล้วเจ้าครึ่งวงกลมที่เคยถูกทอดทิ้งให้เดียวดายมานานก็ได้รวมตัวเข้ากับอีกครึ่งวงกลมที่พอดีกับตัวมันเอง

ครึ่งวงกลมสองอันนั้นก็เปรียบเสมือนกับคนสองคนที่กว่าจะมาพบกันได้นั้นแต่ละคนเจอะเจออะไรกันมาบ้าง ในเมื่อเราเจอครึ่งวงกลมที่พอดีกับอีกครึ่งวงกลมของเราแล้วก็อย่าปล่อยให้เจ้าครึ่งวงกลมที่เข้ามาเติมเต็มให้กับเจ้าครึ่งวงกลมของเรานั้นต้องเสียใจ แล้วเดินจากเราไปเหมือนกับเจ้าครึ่งวงกลมอันอื่น ๆ ที่ผ่านเข้ามาแล้วเดินจากไปอีกเลย

บทนำ

posted on 25 Aug 2010 22:24 by nazuna
          ความจริงแล้ว ความรัก เป็นสิ่งที่ดีนะ ทำให้ทุกสิ่งทุกอย่างดูสวยงาม ทำให้โลกใบนี้น่าอยู่ ทำให้ชีวิตคนเรามีสีสันขึ้น แต่ก็ใช่ว่าความรักจะมีอยู่แค่ด้านเดียวซะที่ไหนกันเล่าไม่งั้นจะมีคำพูดที่ว่า ทุกสิ่งมีสองด้านเสมอ ไว้ทำไมกันละ ความรัก เองก็เป็นสิ่งที่มีอยู่สองด้านเช่นกัน มันขึ้นอยู่กับว่า เราจะเลือกมองด้านไหนของมันต่างหาก แต่ถ้าจะให้ดีนะเราควรมองในทุกๆด้านของสิ่งๆนั้น และยอมรับกับความเป็นจริงเหล่านั้นให้ได้ แล้วเราจะไม่ต้องมานั่งร้องไห้กับมันเลย

           

 ความรัก ก็เหมือนกัน ใครหลายคนอาจเห็นว่าความรักสามารถเนรมิตให้โลกนี้เป็นสีชมพูได้นั่นคือมุมมองของคนที่กำลังมีความรัก แล้วคนที่กำลังสูญเสียความรักละพวกเค้ากำลังเห็นโลกนี้เป็นสีเทาหรือไม่ก็เป็นสีดำไปเลย มันแย่นะที่อยู่ดีๆ สิ่งที่เรามองว่ามันสวยงาม มันสดใส วันนึงมันกลับกลายเป็นความเจ็บปวด ความเสียใจ เกินกว่าที่คนๆนึงจะรับมือกับมันไหวได้ในทันที        เคยเจอประโยคๆ นึงบอกไว้ว่า ความรักไม่เคยทำให้ใครร้องไห้นะแต่ใครคนนั้นร้องไห้ให้กับความรักเอง ตอนแรกก็ไม่เข้าใจหรอกนะว่าคนเขียนเค้าหมายความว่ายังไง แต่แล้ววันนึงวันที่มั่นใจว่าได้รู้จักกับความรักเข้าแล้วละ ถึงได้เข้าใจแล้วว่าหมายความว่ายังไงกัน

เรื่องของเราสองคน

posted on 17 Feb 2010 23:52 by nazuna

มะได้อัพบลอคมานานมั่กมากเลย

มีเรื่องอยากระบายเยอะแยะไปหมด

พักนี้มีแต่เรื่องยุ่งๆ เฮ้อ .... 

9 ปี แล้วซินะ---มิตรภาพระหว่างเรา 2 คน

ดูเหมือนเวลาจะผ่านไปไวมากมาย

เรารู้จักกันตั้งแต่ตอนไหนน๊า...ออน

จำได้มั้ย?

ชั้นประถมศึกษาปีที่ 5 ณ โรงเรียนคริสต์ชื่อดังแห่งหนึ่งในพระนครศรีอยุธยา

อายุแค่ 10 11 ขวบกันเองนะ

แล้วตอนนี้ละ

ปีนี้กั้งก็ 20 ละ

ไม่อยากจะเชื่อเลยนะ

ออน เราเป็นเพื่อนกันมา 9 ปีแล้วนะ

ออนรู้มั้ยว่า...ออนเป็นเพื่อนที่ดีที่สุดของกั้งเลยนะ

ไม่ว่ากั้งจะเป็นเพื่อนคนที่เท่าไหร่ของออนก็ตาม

ไม่รู้ว่าเพราะอะไรน๊า

ถึงทำให้เราได้กลับมาเจอกันอีกเนี่ย...

จบป.6 เราทั้งสองคน

ก็แยกย้ายกันไปเรียนไหนต่อไหนกันห็ไม่รู้

3 ปีผ่านไป.....ปวช.ปี1 พานิชแห่งหนึ่งในพระนครศรีอยุธยา

วันเปิดเทอมวันแรก...อาจารย์เช็คชื่อ..ธนาภรณ์  นายี่...

เอ..ชื่อคุ้นๆ นะ พอเห็นหน้าแค่นั้นแหละ

โดดกอดกันกลมเลย

เฮ้ยยย มาไงเนี่ย

หายไปไหนมาตั้ง 3 ปี

มาปีนี้ ก็ปีที่ 9 ละนะ

เรา 2 คน ผ่านอะไรต่ออะไรด้วยกันมาก็เยอะนะ

ทั้งดีและก็ไม่ดี

ความผูกพันที่เรามีให้กันคงมากมายน่าดู ลองเอามันมาแกะออกดูดิ 5555+

เรื่องบางเรื่อง(เกือบทุกเรื่องเลยมั้งเนี่ย)

เราก็ไม่จำเป็นต้องพูดกันหรอก

แค่มองหน้ากันก็รู้เรื่องแล้ว ชิมิ

กั้งอยากให้ออนรู้ไว้นะว่า...

ไม่ว่าวันพรุ่งนี้มันจะเป็นยังไง

ออนยังมีกั้งเป็นเพื่อนอยู่เสมอนะ...

เพื่อนคนนี้ยังคงเดินตามหลังออนเหมือนที่ผ่านมาและก็จะตลอดไป

ขอให้ออนรู้ว่ามันจะไม่มีวันที่ออนจะไม่เหลือใคร

ต่อให้ออนไม่เหลือใครๆรอบๆตัว

แต่เพื่อนคนนี้ของออนยังเดินอยู่ข้างหลังออนนะ

หันมาสิ แค่ออนหันมา

ออนก็จะเจอเพื่อนคนนี้ละ

ตลอดระยะที่ผ่านมา ออนเห็นแล้วใช่มั้ย...

ว่า...ไม่มีอะไรที่เพื่อนคนนี้ทำให้ออนไม่ได้

อยากให้มาตอนไหนก็มา

อยากให้ไปไหนด้วยก็ไป

ความลับระหว่างเรามันไม่เคยมี

และก็คงจะไม่มีวันมีเหมือนกัน

บางทีคำพูดบางคำมันก็ไม่จำเป็นต้องพูดก็ได้

แต่ถ้ามันจะทำให้เรา 2 คน

รู้สึกดีดี ต่อกันได้เราก็ควรที่จะเอ่ยมันออกมาบ้างใช่ป๊ะ.....

คุนนู๋แกงค์ รัก คุนชายออน นะเจ้าคะ  

U IS THE BEST FRIEND FOREVER...

...PRINCE SNOWMAN...

edit @ 18 Feb 2010 00:14:12 by ดอกหญ้าสีชมพู

edit @ 18 Feb 2010 00:16:18 by ดอกหญ้าสีชมพู

edit @ 18 Feb 2010 00:20:58 by ดอกหญ้าสีชมพู

อยากเล่น Tag ค่า!!!

posted on 29 Aug 2009 20:24 by nazuna
อยู่เฉยๆๆมะมีไรทำ มะได้อัพบลอคมาเป็นชาติ กลับมาอีกทีเลยมาเล่นTag ซะเลย คริคริ มามา มาดูกันเร้ววววว
1. ชื่อ ที่มาของชื่อและความหมาย
> ธนาภรณ์ ที่มาหรอ...มะรุเหมือนกันดิ...แม่ตั้งให้อะ ยังหาความหมายมะได้เลย จะ20 อยู่ละเนี่ย
2. อายุ
>  19 ละคะ ผู้ใจนำเสนอ
3. สถานที่เกิด
> โรง'บาลสิจร้า จาให้เกิดที่ไหนได้เล่า อิอิ
4. มีพี่น้องกี่คน
> มะมีพี่อะ พูดและเศร้า (อยากมีพี่ชายงะ) มีน้องสาว 1 คน *O*
5. ฉายาขำ ๆ ที่เืพื่อนเรียก
> ใครๆ ก๊ะชอบ เรียกว่า.....กามกั้ง (เค้าชื่อก้ามกั้งเฟ้ย!!!)
 6. งานอดิเรกกับ life style 
> เล่นกะลูกชายคะ...(น้องหมาคะ)
 7. สถานที่ shopping
> ได้หมดอะ ขอแค่มี ATM เคลื่อนที่ ไปไหนก้อไปกันคร่า  
8. โรงภาพยนตร์ 
> THANA โลตัส ยุดยาคะ
9. คำที่บ่งบอกความเป็นตัวเอง
> ดื้อรั้นขั้นเทพ !! *_*
10. กิจกรรมที่ชอบทำ
> ทำงานนนนน เหอะๆๆๆ  เพราะว่า มันได้กะตังค์ อิอิ  (งกจริงๆๆ)
11. website ที่เข้าบ่อย
> exteen, dek-d  บลา ๆ ๆ ๆ 
12. stile การแต่งตัว
> เสื้อยืด เกงยีนส์ แค่เนี้ย
13. ใช้โทรศัพท์รุ่นไหน / เสียงเรียกเข้า
> nokia 6300 คะ อันนี้ก้อแล้วแต่ว่าคนที่โทรเข้ามาจะเป็นใครกัล?
 14. ของสะสม
> ผู้ชายคะ 5555+ ไม่เคยสะสมอารายจริงๆจังอะ แต่ถ้าชอบแล้วซื้อเก็บไว้ก้อไดอารี่อะคะ
 15. สีที่ชอบ
> สีส้ม เจ้าคะ
16. เวลาเหงา ๆ สิ่งแรกที่จะทำ 
> หาคนช่วยแก้เหงาดิ (เหอะๆ ออกแนวหื่น) มะค่อยได้เหงาเท่าไหร่หรอก ก้อมีฟูจิทั้งตัว
 17. ชอบดูหนังแนวไหน และหนังที่ประทับใจมากที่สุด
> แนวตะเข็บชายแดน เอิ๊ก ดูได้หมดงะ
 18. เครื่องประดับที่ขาดไม่ได้
> มะค่อยติดเครื่องประดับสักเท่าไหร่นะ  
19. ชอบฟังเพลงแนวไหน
> ฟังได้ทุกแนวคะ แต่แนวที่ไม่ค่อยชอบ : Rock คะ (ตอบไม่ตรงคำถามนี่หว่า?)
20. ของที่ติดสุด ๆ
> มีอยู่ 3 อย่าง ที่คิดว่า ถ้าขาดไปแล้วอยู่ไม่ได้ 1. ไดอารี่ 2. มือถือ 3. ลูกชายสุดเลิฟฟฟ
21. เพื่อนที่สนิทที่สุด
> นู๋ออน
22. ผู้ชายที่ทำให้ใจไม่อยู่กับเนื้อกับตัว
> หมายถึงสเปกใช่มะ ก้อ คิ้วเข้มๆ เซอร์ๆ น่ารักนิดๆ 
23. ผู้หญิงที่ดูดีในสายตาคุณ
> เป็นตัวของตัวเองคะ
24. ความสามารถพิเศษ
> คุยกะหมารู้เรื่อง แฮะๆ ก้อเป็นแม่หมานี่เน๊าะ
25. อาหารที่อร่อยที่สุด
> อาหารที่หมามี้ทำคะ
26. สิ่งที่เห็นแล้วต้องยี้
> บุ้งคะ เห็นปุ๊บ ขนงี้พร้อมใจกันลุกปั้บเลยย บรื๋อๆๆๆๆ
27. หนังสือเล่มโปรด 
> อ่านได้หมด ก้อเค้าชอบอ่านหนังสือนี่นา เป็นงานรองจากการเขียนไดฯเลยละ
28. ของที่เห็นแล้วต้องซื้อ
> หนังสือดี ๆ ถูกใจ กะ ไดอารี่  
29. คำพูดที่ดีที่สุดที่คนอื่นพูดถึงเรา 
> นิบอกว่ากั้งน่ารัก นิชอบเวลากั้งยิ้มมม พี่เจมส์ บอกว่า กั้งเป็นน้องสาวที่แสนดี
30. ประเทศที่อยากไปมากที่สุด
> ญี่ปุ่น อียิปต์ เนปาล ได้หมด อะ ขอแค่มีธรรมชาติที่สุดสวยกะพอ 
31. ปกติเข้านอนกี่โมง ตื่นกี่โมง
> เป็นคนที่นอนดึก ดึกถึงไหนถึงกันแต่ว่าเรื่องตื่นเช้าขอบายคะ 
32. ชุดนอนที่ใส่
> เสื้อกล้าม เกงขาสั้นเจ้าคะ สบายมั่กมาก   
33. เวลานอนไม่หลับ
> อ่านหนังสือ ไปพร้อมกะ เปิดเพลง
34. unseen เวลานอนต้องกอด
> ลูกชายสุดเลิฟ (ฟูจิ เจ้าคะ) 
35. เรื่องที่เห่อล่าสุด
> หลาน(ลูกของฟูจิ) เพิ่งคลอดมาเมื่อวันพุธ
36. สิ่งที่ทำบ่อย ๆ จนติดเป็นนิสัย
> กวนตีนชาวบ้านเค้างะ เป็นงานอดิเรกไปและ
37. นิสัยแย่ ๆ ที่แก้ไม่เคยได้
> เยอะแยะ ... เรียกว่าสันดาลดีฟร่ามะ  ใครดีมาพร้อมดีตอบแต่ใครร้ายมาเมิงโดนเอาคืนหลายเท่าเชียวววละ เวลาดีก้อดีจนใจหายแต่เวลาร้ายก้อร้ายได้อีกอะ ดื้อ รั้น เอาแต่ใจ นิสัยคุณหนูชัดๆเลย
38. idol ในดวงใจ 
> พี่โต๋คะ คลั่งใคล้มากมายเลยคนนี้
39. ศิลปินคนโปรด
ก้อคนเดียวกันกะข้างบนอะแหละ
40. ดาราคนโปรด 
> ปอ ทฤษฎี
41. ส่วนใหญ่จะตื่นเต้นที่สุดถ้าต้องทำ
> ทำไรดีน๊า....คิดสิ คิดๆๆๆๆ
42. spec คนรู้ใจ
> ไม่จำกัดนะ แค่เป็นตัวของตัวเอง และเข้ากับเราได้ก้อพอละคะ
43. ดอกไม้ที่บ่งบอกความเป็นตัวเรา 
> Pinku Nazuna..คือ...ดอกหญ้าสีชมพูคะ (ดอกหญ้าทั่วไปมักมีสีขาวววมันดูธรรมดาจนเกินไป นู๋กั้งเป็นดอกหญ้าสีชมพูคะ)
44. ถ้าวันแห่งความรักไม่ใช่ัวันที่ 14 กุมภา
> ก้อเป็นมันสะทุกวันนั่นแหละดี
45. เปรียบเทียบความรักเป็นอะไร 
> เปรียบเทียบความรักเหมือนกับหนังสือ ใช่แล้วววว (ให้ความรักเป็นหนังสือ เพียงแค่เธอค่อยๆ อ่าน ค้นหาใจของเธอ) บางทีเราไม่จำเป็นต้องอ่านมันแค่เราหยิบขึ้นมากอดมันก็มีความสุขแล้วละ
46. คำถามล่ะ
> ยังรักกันอยู่มั้ย? ชั้นเองไม่แน่ใจ
47. เรื่องที่ทำให้เสียน้ำตาล่าสุด 
> อกหักค่า!!!
48. ถ้าโลกแตกจะทำอะไร
> ถ้าโลกแตก ก้อ เอากาวมาติดสิ ถ้าติดไม่ได้ ก้อเอาไปรีไซเคิลลลล
49. อยากพูดอะไรมากที่สุดตอนนี้
> จะเก็บเธอไว้ในใจชั้นตลอดไป.....
50. สิ่งที่อยากจะฝากถึงคนที่โดน Tag ต่อไปนี้ 
> รักเธอได้ยินมั้ย แม้ไปไม่ถึงเธอ....(เกี่ยวกันตรงหนายยยยหว่า)
**จบแล้วววว  กับการเล่น Tag ครั้งแรกในชีวิต *0* ขอบคุน One Man Dream คะ (ก้อไปเอาTagเค้ามาเล่นต่อนี่นา)**